|
|
| เยาวชนธนบุรีบุกไปชิงเงินล้านที่ชวา |
เมื่อตอนปลายปีที่ผ่านมา(2544) สโมสรธนบุรได้รับเชิญจากสมาคมแบดมินตันอินโดนิเซีย ให้ส่งนักกีฬาไปแข่งขันนานาชาติ "บาตั้มโอเพ่นแชมเปี้ยนชิพ" ประเภททีมชาย ชิงถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัล ยี่สิบห้าล้านรูเปียส์ ระหว่างวันที่ 7 ถึง 11 พฤศจิกายน 2544 ที่เมืองบาตั้ม ประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งฝ่ายเจ้าภาพจะออกค่าใช้จ่ายด้านที่พักและการเดินทางในประเทศให้ สโมสรฯพิจารณาเห็นว่าการที่สมาคมแบดมินตันอินโดนิเซียให้เกียรติเชิญนักกีฬาสโมสรฯไปแข่งระดับโอเพ่น หากเราปฏิเสธความหวังดีจะมีผลเสียด้านความสัมพันธ์ต่อกัน จึงตอบรับว่ายินดีจะส่งทีมไปแข่งขันอย่างแน่นอน หลังจากตอบรับคำเชิญไปแล้วก็มีปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากช่วงวันเวลาเกิดตรงกับการแข่งขันเซอร์กิตโลก ไทยแลนด์โอเพ่น ที่สมาคมแบดมินตันจัดขึ้นที่กรุงเทพ ทำให้นักกีฬาส่วนใหญ่ต้องไปแข่งขันในประเทศ ในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดการทีมจึงตัดสินใจเลือกเอาผู้เล่นเยาวชนของเราไปแข่งขัน เพื่อหาประสบการณ์มากกว่าจะไปชิงเงินรางวัลกลับมา
คณะนักกีฬาทีมธนบุรีที่ได้รับพิจารณาส่งไปแข่งขันประกอบด้วย นายนิติพงษ์ แสงศิลา โกวิทย์ พิเสฏฐศลาศัย เจนรบ เจนจิตรานนท์ วัชรพล โชคอุทัยกุล และเกียรติพงศ์ วิเศษพันธ์พงศ์ พร้อมโค้ช ธันว์ รวีสวัสดิ์ และ ผมจินดา พรหมศริน ผู้จัดการทีม คณะของเราออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น.ที่เมือง บาตั้ม มี มร.จ๊าคย่า ประธานจัดการแข่งขันมารอรับ และคณะของเราไปพักที่ ROYAL HOTEL เมื่อได้พักเรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพได้กรุณาเชิญไปเลี้ยงอาหารเป็นการ้องรับที่ภัตตาคาร ระหว่างงานเลี้ยงผมถือโอกาสขึ้นแจงเหตุผลที่นำผู้เล่นมาแข่งขัน ท่านกลับบอกผมว่าเพียงแค่ได้พบผมและนักกีฬา ก็รู้สึกดีใจเพราะท่านทราบถึงปัญหาที่สร้างความหนักใจให้ผม ขอขอบคุณที่ให้การร่วมมือด้วยดี
การแข่งขันบาตั้มโอเพ่นแชมเปี้ยนชิพ เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ นอกเหนือจากการชิงถ้วยเกียรติยศและเงินแล้ว เจ้าภาพยังเชิญสโมสรที่มีชื่อเสียงจากนานาชาติ เช่นทีมวีร่าตังกิสจากมาเลเซีย สโมสรไชนีสสวิมมิ่งคลับจากสิงคโปร์ และสโมสรธนบุรีจากไทย นอกจากนั้นยังมีสโมสรต่างๆของเจ้สภาพอีก 9 ทีมเข้าร่วมชิงชัย ทีมที่ได้รับการคาดหมายว่าจะครองแชมป์ครั้งนี้คือ ทีมมาเลเซีย เพราะส่งผู้เล่นทีมชาติชุดปัจจุบันไปแข่งขันทั้งหมด สำหรับทีมสิงคโปร์คงมีอดีตทีมชาติประเภทคู่เพียงสองคนเท่านั้นเป็นตัวหลัก ส่วนทีมต่างๆอีก 9 ทีมของฝ่ายอินโดนิเซียล้วนมีทีมชาติทั้งอดีตและปัจจุบันแยกย้ายกันเล่นเป็นตัวหลัก เช่น เทาฟิคฮิดยัท เฮอร์ยานโต้อาร์บี้ โนว่า มาลีฟไมนากี้ และดาวรุ่ง เทาฟิคฮิดายัท อัคร์บา ที่สมาคมแบดมินตันอินโดนิเซียหวังจะปั้นขึ้นเป็นทีมชาติ
วันที่ 7 พฤศจิกายน หลังพิธีเปิดการแข่งขันบาตั้มโอเพ่น การชิงชัยเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. ทุกทีมลงสนามพร้อมกันทั้งหกสนาม ทีมธนบุรีพบกับทีม อุตาร่าสุมาตรา คู่แรกโกวิทย์โชว์ฟอร์มได้ไม่เลวด้วยการเอาชนะ ฮานโจโก้ในเกมแรก 15 ต่อ 8 แต่มากตกม้าตายในเกมที่สองและสาม 12 ต่อ 15 และ 9 ต่อ 15 คู่ที่สองประเภทคู่นิติพงษ์ กับวัชรพล เล่นดีเป็นพิเศษปราบคู่อินโดนิเซีย โจโก้อุตามา กับ เฮนดรา 13 ต่อ 15, 15 ต่อ 11 , และ 15 ต่อ 12 คู่ที่สาม เดี่ยวมือที่สองซึ่งจะตัดสินว่าทีมจะชนะหรือแพ้ เจนรบ พบกับฮานาฟิ เจนรบสู้แรงปะทะของฮานาฟิไม่ได้จึงแพ้ 12 ต่อ 15, และ 7 ต่อ 15 ถึงแม้ว่าเยาวชนของเราจะพ้ายในแมทช์นี้ ก็ถือว่าเป็นการประเดิมสนามในถิ่นเสือได้ดีพอสมควร
วันที่ 8 พฤศจิกายน ตามโปรแกรมต้องแข่งขันถึงสองรอบ แมทช์แรกต้องแข่งขันกับทีพีบีเอสบาตั้ม เวลา 19.00 น. โกวิทย์ เดี่ยวมือหนึ่งพบ อาร์รีฟ ผลฝ่ายเราแพ้ 8 ต่อ 15, และ 7 ต่อ 15 คู่ที่สอง นิติพงษ์ กับ วัชรพล สู้คู่อินโดนิเซีย การต๊อด กับ อาร์ดี้ ไม่ไหวจึงพ่ายอีก 6 ต่อ 15,และ 8 ต่อ 15 คู่สุดท้าย เจนรบพลิกล๊อคเอาชนะ เฟอร์สวานย่าได้ 11 ต่อ 15 ,15 ต่อ 13 เกมที่สามผู้เล่นอินโดนิเซียเจ็บไม่ยอมลงสนาม กรรมการจึงตัดสินให้เจนรบชนะ เจนรบกลายเป็นขวัญใจเด็กๆ ชาวอินโดนิเซีย เข้ามาลุมล้อขอลายเซ้นเป็นการใหญ่
แมทช์ที่สองเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น.ทีมธนบุรี พบกับทีมพีบีทีไอตังกัสแมทช์นี้เริ่มมีปัญหาเพราะผู้เล่นของเราบาดเจ็บต้องปรับทีมกันใหม่ ให้เกียรติพงศ์ ลงเล่นเดี่ยวมือหนึ่งพบกับ ซันโตโซ่ ฝ่ายเราแพ้ 7 ต่อ 15, และ 5 ต่อ 15 คู่ที่สองให้โกวิทย์คู่กับวัชรพล สู้กับ เฮนด้า กับ โนว่า ฝ่ายเราแพ้อีก 4 ต่อ 15 ,และ 7 ต่อ 15, คู่สุดท้ายเจนรบลงเดี่ยวพบดาวรุ่ง เทาฟิคฮิดายัท อาร์คบา เจนรบสู้ความแม่นยำ พลกำลัง ของดาวรุ่งไม่ได้จึงแพ้ 1 ต่อ 15, และ 3 ต่อ 15, กลับถึงที่พัก ผมจึงรีบปรึกษากับโค้ช เพื่อวางแผนเพื่อจะเอาชนะให้ได้ซักครั้ง เพื่อหนีตำแหน่งที่โหล่ในกลุ่มบีด้วยการจัดให้ผู้เล่นได้พักบ้างในแมทช์ที่พบกับมาเลเซีย
วันที่สาม 9 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทีมเรา แมทช์แรกเริ่ม 19.00 น. ทีมธนบุรี พบกับ ทีมวิร่าตังกิส มาเลียเซีย เดี๋ยวมือหนึ่งให้เกียรติพงศ์ลงสนามพบกับ ลีชวนเซ็ง ฝ่ายเราแพ้ 5 ต่อ 15, 3 ต่อ 15 แมทช์ที่สองนิติพงษ์ คู่กับเจนรบ สู้กับ อองอิวฮอก กับหว่องชุนฮัน ผลเราแพ้อีก 6 ต่อ 15 และ 4 ต่อ 15, คู่สุดท้าย โกวิทย์ เดี่ยวกับ ไซรูลอาร์มาอายอบ โกวิทย์แพ้อีก 7 ต่อ 15, และ 5 ต่อ 15,คงเหลือแมทช์สุดท้ายกับทีมเรียวซิลวาเท่านั้น
การแข่งขันแมทช์นี้ชี้ชะตาเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. ทีมธนบุรี พบ ทีมเรียวซิวา คู่แรกเดี่ยวมือหนึ่ง เจนรบปราบอาร์ฟิร่าได้เป็นประเดิม 15 ต่อ 9, และ 15 ต่อ 12 คู่ที่สองประเภทคู่ นิติพงษ์ คู่กับ วัชรพล พบกับคู่ เซอร์ยาดี้ กับคูเนียโต้ คู่ของเราชนะ 15 ต่อ 10, 15 ต่อ 12, หนีตำแหน่งที่โหล่ได้สำเร็จแล้ว ผมนั่งชมโกวิทย์ลงเล่นเดี่ยวแบบสบาย ไม่ต้องลุ้นอีก ผลโกวิทย์พิชิตชัยได้อีก ชนะ ชัคกี้สุลต่าน 15 ต่อ 13. 15 ต่อ 10 คืนนั้นผมนอนหลับอย่างเป็นสุข
การแข่งขันรอบรองชนะเลิศในวันที่ 10 พฤศจิกายน เป็นไปตามคาดหมาย ทีมชาติมาเลเซียโค่นทีม พีบีเอสบาตั้มได้อย่างสบายในกลุ่มเอ ส่วนกลุ่มบีดาวรุ่ง เทาฟิคฮิดายัท อัคร์บา ปราบทีมชาติรุ่นพี่ลงได้อย่างฮิวเฮียด คงทีเทาฟิค ฮิดายัท คนเดียวของทีมบาตั้มเท่านั้นที่ชนะ ในรอบชืงชนะเลิศจึงเป็นการชิงชนะเลิศระหว่างทีมมาเลเซียกับทีมพีบีทีไอตังกัส ซึ่งอยู่ในกลุ่มบีทั้งคู่ ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปรากฏว่า ทีมมาเลเซียได้ครองตำแหน่งชนะเลิศคว้าเงินยี่สิบล้านรูเปียส์พร้อมถ้วยเกียรติยศไปครองได้
สรุปผลการแข่งขันในครั้งนี้เบาวชนของเราได้อะไรกลับมาบ้าง ประการแรกที่ได้มาคือประสบการณ์ความเจนจัด ประการที่สองคือได้ประลองฝีมือกับผู้เล่นที่มีฝีมือระดับโลก ประการที่สามได้เห็นวิธีการเล่นของนักกีฬาทีมชาติของอินโดนิเซีย มาเลเซียอย่างใกล้ชิด ประการที่สี่ได้ฝึกซ้อมกับผู้เล่นอินโดนิเซียทุกวัน ประการที่สำคัญคือได้มีส่วนกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้อย่างดีอีกด้วย แถมท้ายได้เปิดหูเปิดตาและช๊อปปิ้งที่ประเทศสิงคโปร์ก่อนเดินทางกลับไทย
|
|